วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

Peter Schmeichel





ชื่อ ปีเตอร์ โบเลสลาฟ ชไมเคิล Peter Boleslaw Schmeichel
เกิด 18 November 1963
เมือง Gladsaxe Denmark
เข้าสโมสร ค.ศ. 1991
ออกสโมสร ค.ศ. 1999
ตำแหน่ง Goalkeeper

ประวัติในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด

เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน เซ็นสัญญากับ ปีเตอร์ ชไมเคิล ในปี ค.ศ. 1992 เข้ายังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่เฟอร์กี้ มั่นใจในความสามารถของเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นฟอร์มของผู้รักษาประตู ชาวเดนมาร์กผู้นี้ ปีเตอร์ได้พาทีมเดนมาร์ก คว้าแชมป์ยูโรในปี ค.ศ. 1992

เราจะได้เป็นถึงความเป็นผู้นำในสนาม ชไมเคิลชอบแผดเสียงดังตะโกนใส่กองหลังเพื่อนร่วมทีม จนทำให้กองหน้าฝ่ายตรงข้ามครั่นคร้ามมานักต่อนัก ลีลาการออกมาตัดเกมจากปากประตู ท่าปลาดาวพิฆาตที่สร้างความหวาดผวาให้กักองหน้าที่หลุดเข้ามาหวังเผด็จศึก บางรายกลับยิงออกหลังไปดื้อ ๆ เพียงเพราะเกรงบารมีของยักษ์เดนส์

ไฮไลต์ตลอดระยะเวลาในชายคาปีศาจแดง  ที่เขาสร้างความมหัศจรรย์ด้วยลีลาการเซฟประตูอันเหลือเชื่อนับครั้งไม่ถ้วน บางลูกถึงกับทำให้เหล่ากองเชียร์ต้องอ้าปากค้างด้วยความอึ่ง แต่แฟนบอลหลาย ๆ คนจะรู้หรือไม่ว่าจุดเด่นอีกอย่างของชไมเคิล คือการเปิดเกมรุก ด้วยพลังแขนอันมหศาลทำให้เขาขว้างบอลเปิดเกมได้ไกลถึงครึ่งสนาม  และสร้างโอกาสการทำประตูให้กับทีมได้ทันที  จากรับเปลี่ยนเป็นรุกอย่างรวดเร็ว  และด้วยสัญชาตญาณกองหน้าที่มีอยู่ในตัวทำให้เขาทำประตูให้กับทีมได้อีกด้วย

ชไมเคิล  ได้ยุติเส้นทางนักเตะกับทีมในฤดูกาลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศศักดาคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ในปี ค.ศ. 1999 โดยที่เขาถือเป็นกำลังหลักและแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ  สวมปลอกแขนกัปตันทีมในแมทช์ชิงชนะเลิศ  ภาพของเขเดินนำหน้าลูกทีมขึ้นชูถ้วยแชมป์ยุโรป  นับเป็นการเลือกฉากจบอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดของชไมเคิล  กับ  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์เดนส์สุดยอดนายทวารตลอดกาลของทีม

Ryan Giggs


ชื่อ ไรอัน  กิ๊กส์ Ryan Giggs
เกิด 29 November 1973
เมือง คาร์ดิฟฟ์
เข้าสโมสร 1991
ตำแหน่ง มิดฟิลด์

การลงเล่นนัดแรกให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือวันที่ 2 March 1991 เขาต้องลงสนามกับทีม เอฟเวอร์ตัน โดยเป็นตัวสำรองและลงเล่นแทน เดนิส เออร์วิน และการลงเล่นในศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมทช์ ครั้งแรกของเขาและก็เป็นช่วงท้ายฤดูกาล โดยที่เขาสามารถทำประตูแรกให้กับทีมได้ และเป็นประตูเดียวที่เขาทำได้ในฤดูกาลนั้น

จากการบาดเจ็บของ ลี  ชาร์ป ในช่วงต้นฤดูกาล 1991-1992 ทำให้ ไรอัน กิ๊กส์ ได้มีโอกาสลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ โดยเล่นในตำแหน่งที่เขาถนัดคือ ปีกซ้าย จากการลงเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เขาได้รับแชมป์กับทีมในทุก ๆ ถ้วย เช่น ลีก คัพ ในปี 1992 พรีเมียร์ ลีก ในปี 1993, 1994, 1996, 1997, 1999, 2000, 2001 เอฟเอคัพ ในปี 1994, 1996 และ 1999 ยูโรเปี้ยน คัพ ในปี 1999
กับประสบการณ์ระดับชาติ เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุด ที่ลงเล่นให้กับทีมชาติ เวลส์ โดยนัดแรกกับทีมชาติเข้าต้องเผชิญหน้ากับ ทีมชาติเยอรมนี ด้วยวัย 17 ปี กับ 321 วัน

ไรอัน กิ๊กส์ ทำประตูที่สุดสวยและน่าจดจำให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากมาย และนั่นก็รวมถึงประตูที่เขายิงให้กับทีมในศึก เอฟเอคัพ รอบ semi-final ที่่พบกับ อาร์เซนอล ที่วิลล่า พาร์ค ในฤดูกาลที่ 1999 ด้วย ในขณะนั้นเป็นช่วงนาทีสุดท้ายของการต่อเวลา และสกอร์ก็เสมอกันอยู่ที่ 1-1 หากจบเกมด้วยการเสมอก็จะต้องมีการยิงลูกโทษ  แต่ กิ๊กส์ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเลี้ยงบอลตรงไปยังแนวรับของ อาร์เซนอล และลากหลบนักเตะทีมคู่นักเตะทีมคู่แข่งถึง 4 คน ก่อนสับไกยิงเต็มข้อ เดวิด ซีแมน หมดสิทธิ์เซฟ ทำเอานักวิจารณ์หลายต่อหลายคน ยกให้เป็นประตูสุดสวยแห่งศตวรรษเลยทีเดียว ซึ่งชัยชนะในนัดนี้เป็นหนึ่งในสามแชมป์ ที่ทีมปีศาจแดงทำได้ในฤดูกาลนี้



ที่มา : http://www.manuclub.com/



David Beckham




ชื่อ เดวิด โรเบิร์ต โจเซฟ เบ็คแฮม David Robert Joseph Beckham
เกิด 2 May 1975
เมือง เลย์ตันสโตน ลอนดอน อังกฤษ
เข้าสโมสร 1993
ออกสโมสร 2003
ตำแหน่ง มิดฟิลด์

ด้วยพรสวรรคในการปั่นลูกฟรีคิกขั้นเทพของเขา  จนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาแฟนบอลหลายครั้งหลายครา และไม่มีใครที่จะปฏิเสธว่าไม่รู้จัก " เดวิด เบ็คแฮม " ได้เลย

เดวิด เบ็คแฮม เป็นกัปตันของทีมชาติอังกฤษตั้งแต่ 15 /11/2000 จนถึง 2 / 7 / 2006
เบ็คแฮม เป็นนักเตะหนึ่งใน 4 คนที่เล่นใน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก มากกว่า 100 นัด เขายังเป้นนักเตะที่เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 107 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 3 และเป็นคนอังกฤษเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้ง ในฟุตบอลโลก 1998 , 2002 และ 2006 รวมทั้งหมด 17 ประตู

ประวัติในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด

ชื่อเสียงของ เบ็คแฮฺม เริ่มโด่งดังขึ้นในเดือนสิงหาคม 1996 ด้วยลูกยิงจากครึ่งสนามเข้า  ในนัดที่พบกับวิมเบิลดัน สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จสูงสุดในฤดูกาล 1998-1999 เมื่อสามารถคว้าแชมป์รายการสำคัญได้ถึง 3 รายการ โดยเบ็คแฮมมีส่วนร่วมอย่างมากในการทำประตูการแข่งขันนัดสำคัญ ผลจากการเล่นที่มีประสิทธิภาพในฤดูกาลนี้ทำห้แฟนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้อภัยความผิดพลาดในฟุตบอลโลก และคอยปกป้องเขาจากแฟนบอลชาวอังกฤษ ของสโมสรอื่นที่ยังโจมตีเบ็คแฮมอยู่ หลังจากนั้นเขามีส่วนในความสำเร็จอีกหลาย ๆ ฤดูกาลในปีต่อ ๆ มา ทั้งในทีมและทั้งทีมชาติอังกฤษที่มีเขาเป็นตัวขับเคลื่อนพาทีมไป แต่เบ็คแฮมก็ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายครั้งที่ไม่ได้ลงเตะในนัดสำคัญ ๆ และอีกครั้งในต้นฤดูกาล 2002-2003 และเริ่มเสียตำแหน่งตัวจริวในทีมไป จนในทีสุดจึงได้ตัดสินใจย้ายทีมเมื่อสิ้นฤดูกาลนั้น เบ็คแฮมลงสนามากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 394 นัด ทำได้ 85 ประตู




Roy Keane



ชื่อ รอย คีน Roy Keane
เกิด 10 August 1971
เมือง Cork, Ireland
เข้าสโมสร 1992-1993
ออกสโมสร 2005-2006
ตำแหน่ง มิดฟิลด์

สุดยอดนักเตะฮาร์ดแมนระดับโลก กองกลางที่มีเกมรุกและรับที่โดดเด่น เป็นนักเตะที่เหมือนสัญลักษณ์ของแมนฯ ยูฯ เป็นจอมห้าวที่มุทะลุดุดันทั้งในและนอกสนาม

ประวัติ รอย คีน ในถิ่นโอล์ดแทรฟฟอร์ด

1990-1991 เซ็นสัญญากับน๊อตติงแฮม ฟอร์เรสต์ ด้วยค่าตัว 10,000 ปอนด์ ลงเล่นแผงกองกลาง เป็นดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรก และคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคมในฤดูกาล

1991-1992 จากฟอร์มการเล่นกับฟอร์เรสต์เขาจึงถูกเรียกตัวติดทีมชาติ และลงเล่นนัดแรกให้ทีมชาติไอร์แลนด์ เสมอกับ ซิลี 1-1 ที่กรุงดับลิน

1992-1993 กลายเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่โด่งดังมากในขณะนั้น เป็นที่ต้องการของสโมสรชั้นนำมากมาย แต่แล้วหวยก็มาออกที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาล ด้วยค่าตัว 3.75 ล้านปอนด์

1993-1994 ลงเล่นเกมแรกให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอ นอริช และได้ลงเล่นเคียงข้างนักเตะกองกลางชั้นยอดอย่างพอล อินซ์ สามารถพาแมนฯ ยูฯ คว้าดับเบิลแชมป์ คือ แชมป์ ลีกสูงสุด และ เอฟ เอ คัพ ได้ในฤดูกาลแรกที่มาร่วมทีม

1994-1995 ในฤดูกาลนี้ทีมของเข้ามีผลงานไม่ดีนัก ไม่มีถ้วยรางวัลใด ๆ เลย ซ้ำร้ายเขายังโดนใบแดงไล่ออกเป็นเกมแรกในอาชีพค้าแข้ง กับ คริสตัล พาเลซ เมื่อไปเหยีบใส่ แกเร็ท เซาธ์เกท ในเกมเอฟเอคัพ รอบตัดเชือกนัดรีเพลย์

1995-1996 เขากลายเป็นฮาร์ดแมนประจำทีมอย่างสมบูรณ์ โดยโดนใบแดงที่ 2 ในรอบ 3 เดือนของฤดูกาล แต่ก็ยังพาทีมเป็นแชมป์ลีกได้อีกครั้ง และสร้างประวัติศาสตร์ คว้าดับเบิลแชมป์อีกสมัย หลังชนะ ลิเวอร์พูล ในเอฟเอคัพ นัดชิงชนะเลิศ แต่ปัญหาของเขาเริ่มเด่นชัดขึ้นคือ การเป็นนักเตะที่อารมณ์ร้อนนั่นเอง

1996-1997 เขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพอีกครั้ง โดยปีนี้เป็นปีที่ คันโตน่า กัปตันทีมของเขาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง

1997-1998 เขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีมปีศาจแดง หลังการจากไปของ คันโตน่า แบบไม่ทันตั้งตัว แต่กลับกลายเป็นฤดูกาลที่โชคร้ายสำหรับเขา โดยลงเล่นเพียง 9 นัดและยิงได้ 2 ประตูเท่านั้น ก่อนจะชวดลงเล่นตลอดฤดูกาลหลัง แมนฯ ยูฯ ประกาศว่าคีน เอ็นหลังหัวเข่าฉีก

1998-1999 ปีนี้ถือเป็นปีทองของเขาและ แมนฯ ยูฯ ที่ครองทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จในฤดูกาลนี้ โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และ ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก
โดยในนัดชิงแชมเปียนส์ ลีก กับทีมบาร์เยิร์น มิวนิค เป็นแมตซ์แห่งความทรงจำของผู้คนทั่วโลก โดยเวลา 89 นาที แมนฯ ยูฯ ยังตามหลังบาร์เยิร์น มิวนิคอยู่ 1-0 แมนฯ ยูฯ ได้เปลี่ยนตัวเท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม และโอเล่ กุนน่า โซลชาร์ ลงมาเล่น แล้วในนาทีที่ 91 เชอร์ริงแฮมก็ยิงตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ แต่แล้วในนาทีที่ 93 โซลชาร์ ก็ซัดประตูชัยให้กับ แมนฯ ยูฯ เอาชนะทีมบาร์เยิร์น มิวนิคได้สำเร็จ สร้างความตกตะลึงให้กับคนทั้งโลก หลังนกหวีดหมดเวลาก็ปรากฏภาพนักเตะบาเยิร์น ล้มลงอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น และภาพนักเตะและกองเชียร์ แมนฯ ยูฯ ฉลองชัยกันอย่างบ้าคลั่ง
กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล โดยนักเตะคนสำคัญท่พาแมนฯ ยูฯ คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ร่วมกับเขาในครั้งนี้คือ แอนดี้ โคล , ดไวท์ ยอร์ค , เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม , โอเล่ กุนน่า โซลชาร์ , เดวิด เบ็คแฮม , ไรอัน กิ๊กส์ , พี่น้องเนวิลล์ , ยาป สตัม , พอล สโคล์ ,  ปีเตอร์ ชไมเคิล




1999-2000 เขากลับมาโชว์ฟอร์มอย่างสุดยอดอีกครั้ง และพาแมนฯ ยูฯ ขึ้นเถลิงบัลลังค์แชมป์ลีกอีกครั้ง

2000-2001 เริ่มต้นฤดูกาล ก็ยิงประตูพาทีมคว้าแชมป์ โตโยต้า คัพ โดยชนะ พัลไมรัส 1-0 ผีแดงเป็นทีมจากอังกฤษทีมแรกที่คว้าแชมป์ อินเตอร์คอนนิเน็นตัล คัพ และต่อสัญญา 4 ปี กับแมนฯ ยูฯ และเป็นที่คาดกันว่าเขากลายเป็นนักเตะที่มีรายได้ประจำสัปดาห์สูงที่สุดใน เกาะอังกฤษ และสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพสมัย 6 ใน 8 ปีกับแมนฯ ยูฯ

2001-2002 ปีนี้เขาตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่อีกครั้ง โดยมีสัญญาถึงปี 2006 แต่ก็เป็นอีกปีที่ แมนฯ ยูฯ ไม่มีแชมป์ติดมือ

2002-2003 กลับลงเล่นอย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งแม้จะมีปัญหาบาดเจ็บอีกหลายครั้ง แต่ก็พาทีมขึ้นรับถ้วยพรีเมียร์ลีก และลีกคัพ

2003-2004 แม้ปีนี้แมนฯ ยูฯ จะไม่ได้แชมป์ลีก แต่ก็พาทีมได้แชมป์ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ

2004-2005 ปีนี้ทีมก็ไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ และเขาก็เริ่มมีปัญหากับเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน จากนั้นก็เริ่มมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมหลังออกมาวิจารณ์ฟอร์มการเล่น

2005-2006 ลงเล่นได้เพียงแค่ 5 นัดหลังจากเปิดฤดูกาล เขาก็ประสบปัญหาบาดเจ็บจึงต้องพักยาว และออกมาวิพากวิจารณ์เพื่อนร่วมทีมอย่างหนัก ในที่สุด รอย คีน ก็โบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบจากกันด้วยดี หลังยจากอยู่รับใช้สโมสรมา 12 ปี

ที่มา :http://aussadetsaengpong.blogspot.com/2011/04/roy-keane.html

Eric Cantona




ชื่อ เอริค แดร์เนียล ปิแอร์ กองโตน่า Eric Daniel Pierre Cantona
เกิด 24  May  1966
เมืองมาร์กเซย์ ประเทศฝรั่งเศล
เข้าสโมสร 1992
ออกสโมสร 1997
ตำแหน่ง มิดฟิลด์

ประวัติคันโตน่า ในถิ่นโอล์ดแทรฟฟอร์ด

หลังจากมาทดสอบฝีเท้ากับสโมสร เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ คันโตน่า ก็ได้ย้ายเข้าสู่สโมสร ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี ค.ศ. 1992 คันโตน่าพายุงทองเถลิงบัลลังก์แชมป์ดิวิชั้น 1 (เดิม) ได้ทันทีในฤดูกาลนั้นเอง (1991-1992)

เดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันนั้น คันโตน่า ก็ย้ายสโมสรอีกครั้งหนึ่ง เข้าสังกัดทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวที่ปศาจแดงจ่ายให้ลีดส์เพียงแค่ 1.2 ล้านปอนด์ เท่านั้น คันโตน่าปรับตัวเข้ากับสโมสรแห่งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ตัวเขาสามารถทำประตูและส่งให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ 2 ฤดูกาลต่อมา ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง คว้าแชมป์ลีกในปี ค.ศ. 1993 และดับเบิ้ลแชมป์ในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งคันโตน่าทำประตูจากลูกจุดโทษสองประตูถล่ม เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัฟ 4-0
ในปี ค.ศ. 1995 คันโตน่าถูกแบนห้ามลงสนามเนื่องจาก กระโดดถีบใส่ แมทธิว ซิมม่อนส์ แฟนบอลทีมเจ้าบ้าน ในเกมเยือน คริสตัลพาเลซ
ปีต่อมา ค.ศ. 1996 คันโตน่าได้ทำประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1996-1997 หลังจบฤดูกาลลง คันโตน่า ก็สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลด้วยการประกาศเลิกเล่น ในขณะที่อายุเพียง 30 ปีเท่านั้น